Sahaviriya Steel Industries PLC

  • Banner IR SSI
  • Banner IR SSI
  • Banner IR SSI

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความไว้วางใจจากผู้ถือหุ้นของบริษัท (Fiduciary Duty) ซึ่งมีความคาดหวังที่จะให้คณะกรรมการได้ทำหน้าที่กำกับดูแลบริษัทให้มีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส อันจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินธุรกิจโดยยึดถือปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจของบริษัทเพื่อให้บริษัทมีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประกาศใช้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาตั้งแต่ปี 2545 เพื่อใช้เป็นหลักในการบริหารจัดการให้สัมฤทธิผล และมีการทบทวนนโยบายฯ ดังกล่าวในปลายปี 2550 ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทและให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเมื่อปี 2556 ศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ประกาศหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2555 ซึ่งได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของแนวปฏิบัติที่ดีทั้ง 5 หมวด ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ASEAN CG Scorecard และแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล อันจะช่วยยกระดับหุ้นไทยสู่การเป็น ASEAN Asset Class ต่อไป โดยอ้างอิงหลักการกำกับดูแลกิจการที่เป็นสากลของ The Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD Principles of Corporate Governance) ที่ประกอบด้วย 5 หมวดหลัก ได้แก่

  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
  2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

เพื่อให้มีความมั่นใจว่า บริษัทมีการกำกับดูแลการถือปฏิบัติตามนโยบายฯ ดังกล่าวข้างต้นอย่างจริงจัง ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance Committee) ขึ้น ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดย่อยที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการบริษัทจำนวน 3 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ซึ่งปัจจุบันแม้ประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีมิได้เป็นกรรมการอิสระ แต่มีกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีอีกจำนวน 2 คน เป็นกรรมการอิสระ

ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ให้บริษัทพิจารณาปรับปรุงแก้ไขนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2555 ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม ทั้งนี้ได้มีเจตนารมณ์ร่วมกันในคณะกรรมการบริษัทว่า การที่จะพัฒนายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายในบริษัทนั้นต้องพึ่งพาและประสานการทำงานของกลไกทั้ง 4 ด้านเข้าด้วยกัน คือ คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายจัดการของบริษัท ผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอกของบริษัทที่เป็นอิสระ และผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท

เพื่อให้บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) สามารถบรรลุถึงเจตจำนงดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งได้มีการถือปฏิบัติตามนโยบายในการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ในการประชุมครั้งที่ 10/2557 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 จึงมีมติเห็นควรให้ยกเลิกนโยบายคณะกรรมการบริษัท ที่ 1/2550 เรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2550 และให้ประกาศใช้นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ไว้ ดังนี้

ข้อ 1-3 อยู่ในหมวด สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
  1. คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของตนที่พึงมีต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทในการที่จะต้องรักษาสิทธิและปกป้องประโยชน์ในทุกประการของผู้ถือหุ้น โดยส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิตามบทบัญญัติของกฎหมาย รวมทั้งดูแลให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับการปฏิบัติและรับทราบข้อมูลจากบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน
  2. คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลให้การประชุมผู้ถือหุ้นและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและเป็นไปตามแนวปฏิบัติที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  3. คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลและติดตามให้มีการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติว่าด้วยเรื่อง การเก็บรักษาและป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท เพื่อการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัท เพื่อขจัดปัญหาเรื่องการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัท รวมทั้งให้มีการสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ทราบ
ข้อ 4-6 อยู่ในหมวด บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
  1. คณะกรรมการบริษัทจะคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ของบริษัทและกำกับดูแลบริษัทให้มีการปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย
  2. คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่มีผลกระทบจากการประกอบธุรกิจของบริษัทโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่า การประกอบธุรกิจของบริษัทได้คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชนและสังคม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ
  3. คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยจะกำกับดูแลและติดตามให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติคณะกรรมการบริษัท ว่าด้วยเรื่อง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งบริษัทจะไม่ยอมรับหรือกระทำการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบทั้งทางตรงหรือทางอ้อม
ข้อ 7-8 อยู่ในหมวด การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
  1. คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่พึงขจัดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ระหว่างประโยชน์ของบริษัท หรือของผู้ถือหุ้นโดยรวม กับประโยชน์ส่วนตนของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่น โดยจะกำกับดูแลและติดตามให้มีการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติว่าด้วยเรื่อง ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุมีผล และเป็นอิสระภายในกรอบจริยธรรมที่ดี

    ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียต้องไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ ที่เกี่ยวข้อง และการตัดสินใจต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ รวมทั้งต้องมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน และทันเวลา
  2. คณะกรรมการบริษัทจะกำกับดูแลเพื่อให้ผู้ลงทุนมีความมั่นใจได้ว่า บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญของบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา
ข้อ 9-17 อยู่ในหมวด ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
  1. คณะกรรมการบริษัทจะต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
  2. คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีคณะกรรมการย่อยชุดต่างๆ โดยให้มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย รวมทั้งศึกษาและกลั่นกรองงานก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท ซึ่งคณะกรรมการย่อยชุดต่างๆของบริษัท ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ อาจพิจารณาเพิ่มคณะกรรมการย่อยชุดอื่นๆ อีกตามความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่อ ให้การบริหารงานของกรรมการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยุติธรรม และโปร่งใส
  3. คณะกรรมการบริษัทเห็นควรให้มีการแบ่งแยกบุคคลผู้ดำรงในตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท ออกจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท โดยคณะกรรมการบริษัทจะกำหนดอำนาจหน้าที่ของแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจน นอกจากนี้ ยังเห็นควรให้มีการปรับปรุงคู่มืออำนาจดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีขอบเขตของการกระจายอำนาจของคณะกรรมการบริษัทและขอบเขตของฝ่ายจัดการผู้รับมอบการใช้อำนาจที่แจ้งชัด
  4. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ในการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งต้องมีการทบทวนเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการตามแผนงานให้สอดคล้องกันด้วย
  5. คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลเรื่องการบริหารความเสี่ยง และระบบการควบคุมภายในของบริษัท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายในแยกเป็นส่วนงานหนึ่งของบริษัท
  6. คณะกรรมการบริษัทจะยึดมั่นในปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และจะกำกับดูแลและติดตามให้มีการปฏิบัติตามจริยธรรมในการประกอบธุรกิจของบริษัท จริยธรรมของกรรมการบริษัท และจริยธรรมของพนักงาน รวมทั้งให้มีการสื่อสารให้ทุกฝ่ายได้ทราบ
  7. คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีการประชุมโดยสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็นได้ โดยมีกำหนดการประชุมล่วงหน้า มีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน โดยกรรมการสามารถเสนอเรื่องเพื่อบรรจุในวาระการประชุม และมีการนำส่งเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้าตามข้อบังคับของบริษัท เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
  8. คณะกรรมการย่อยแต่ละชุดจัดให้มีการประชุมเป็นประจำตามความเหมาะสม ดังนี้ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการประชุมอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง สำหรับคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีการประชุมอย่างน้อยปีละสองครั้ง ทั้งนี้ คณะกรรมการย่อยแต่ละชุดอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็นได้ โดยมีกำหนดการประชุมล่วงหน้า มีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน และมีการนำส่งเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้า เพื่อให้กรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
  9. คณะกรรมการบริษัทจะทำหน้าที่พิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนนำเสนอ โดยค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท สำหรับค่าตอบ แทนใดๆ ของกรรมการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การจ่ายค่าตอบ แทนเป็นไปอย่างเหมาะสม มีความโปร่งใส และป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  10. นโยบายนี้ให้มีการทบทวนเป็นประจำสม่ำเสมอ การแก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ให้เป็นไปตามความจำเป็นและเหมาะสม
  11. นโยบายนี้จะได้มีประกาศหรือแนวปฏิบัติ กำหนดรายละเอียด/หลักเกณฑ์/วิธีปฏิบัติ เพื่อความเหมาะสมตามควรแก่กรณีต่อไป ทั้งนี้ บรรดาประกาศ หรือแนวปฏิบัติที่ออกตามนโยบายคณะกรรมการบริษัท ที่ 1/2550 เรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2550 ที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับนโยบายนี้ จนกว่าจะมีประกาศหรือแนวปฏิบัติใหม่ที่ออกตามนโยบายนี้ใช้บังคับแทน

ในปี 2558 บริษัทได้รับผลการประเมิน ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดังนี้

ผลการประเมินรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2558 ตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน ปี 2558 (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies 2015 - CGR) ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย เป็นผู้จัด โดยบริษัทได้รับผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประจำปี 2558 อยู่ในระดับ “ดีมาก” เช่นเดียวกับปี 2557 ซึ่งลดลงจากปี 2556 ที่อยู่ในระดับดีเลิศ

ผลการประเมินตามโครงการประเมินคุณภาพการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2558 (Annual General Meeting - AGM) ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เป็นผู้จัด โดยบริษัทยังคงได้รับผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 26 ของบริษัท ซึ่งเป็นการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ในระดับ “ดีเยี่ยม” เช่นเดียวกับปี 2551 ถึงปี 2557

นักลงทุนสัมพันธ์ การกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานกรุงเทพฯ)

สำนักงานกรุงเทพฯ 28/1 อาคารประภาวิทย์ ชั้น 2-3 ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

  • โทรศัพท์ : (662) 238-3063-82
  • โทรสาร : (662) 236-8890, 236-8892

อ่านต่อ

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานโรงงาน)

9 หมู่ 7 ถนนบ้านกลางนา-ยายพลอย ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ 77140

  • โทรศัพท์ : (66-32) 691-403-5, 691-412-5, 691-419-20
  • โทรสาร : (66-32) 691-416, 691-421

อ่านต่อ

เชื่อมต่อกับเรา

We're on Social Networks. Follow us & get in touch.