Sahaviriya Steel Industries PLC

  • Banner IR SSI
  • Banner IR SSI
  • Banner IR SSI

ภาวะอุตสาหกรรมและการตลาด

อุตสาหกรรมเหล็กโลกปี 2558

สมาคมเหล็กโลก หรือ World Steel Association (WSA) รายงานตัวเลขประมาณการการบริโภคสินค้าเหล็กของโลกในปี 2558 (Global Apparent Steel Use) อยู่ที่ประมาณ 1,513 ล้านตัน หรือลดลงร้อยละ 1.7 จากปี 2557 ส่วนปริมาณการผลิตเหล็กดิบของโลก (Crude Steel Production) ในปี 2558 อยู่ที่ 1,599 ล้านตัน หรือลดลงร้อยละ 2.9 จากปี 2557 ซึ่งประเทศจีนยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ คิดเป็นประมาณร้อยละ 50 ของปริมาณการผลิตเหล็กดิบทั้งหมด โดยประเทศจีนมีปริมาณการผลิตเหล็กดิบทั้งสิ้น 804 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 2.3 จากปี 2557

ทั้งนี้ ปริมาณการบริโภคสินค้าเหล็กของโลกในปี 2558 ลดลงร้อยละ 1.7 จากปี 2557 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว โดยมีปัจจัยหลักคือภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศจีนโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ตัวเลขประมาณการการบริโภคสินค้าเหล็กในประเทศจีนลดลงร้อยละ 3.5 จากปี 2557 นอกจากนี้ปริมาณการบริโภคสินค้าเหล็กในประเทศรัสเซีย บราซิล และสหรัฐอเมริกาก็ลดลงเช่นเดียวกัน ยกเว้นกลุ่ม ASEAN และ MENA รวมถึงประเทศ อินเดีย และเม็กซิโกที่มีปริมาณการบริโภคสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้นจากปี 2557

ด้านราคาเหล็กในปี 2558 นั้น ราคาเหล็กทุกประเภทปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสินแร่เหล็ก CFR China ลดลงจากระดับ 52 - 72 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 1/2558 มาอยู่ที่ระดับ 48 - 67, 45 - 60 และ 37 - 56 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 2/2558 ไตรมาส 3/2558 และไตรมาส 4/2558 ตามลำดับ ราคาวัตถุดิบเหล็กแท่งแบน CFR East Asia Import ปรับตัวลดลงจากระดับ 323 - 385 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 1/2558 มาอยู่ที่ระดับ 310 - 330, 270 - 310 และ 230 - 280 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 2/2558 ไตรมาส 3/2558 และไตรมาส 4/2558 ตามลำดับ เช่นเดียวกับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน FOB China ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจากระดับ 368 - 458 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 1/2558 มาอยู่ที่ระดับ 339 - 375, 264 - 335 และ 253 - 280 เหรียญสหรัฐต่อตัน ในไตรมาส 2/2558 ไตรมาส 3/2558 และไตรมาส 4/2558 ตามลำดับ

อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศปี 2558

อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศในปี 2558 มี Apparent Steel Supply อยู่ที่ 16.7 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับปี 2557 (ข้อมูลจากสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย หรือ ISIT) โดยที่การบริโภคเหล็กทรงแบน ลดลงร้อยละ 5.2 ในขณะที่การบริโภคเหล็กทรงยาวลดลงร้อยละ 0.4 จากการหดตัวของการลงทุนภาคเอกชน เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

ในปี 2558 ปริมาณการผลิตเหล็กในประเทศลดลงร้อยละ 4.4 ตามปริมาณการใช้เหล็กในประเทศ (Thailand Apparent Steel Supply) ที่ลดลง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยในปี 2558 ที่มีอัตราการเติบโต (Thailand GDP Growth Rate) กว่าที่คาด โดยขยายตัวเพียงร้อยละ 2.8 จากการหดตัวของการส่งออก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัว

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีมาตรการเยียวยาทางการค้า (Trade Remedy Measure) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน สำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กแผ่นรีดเย็นที่ได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ดังนี้

สินค้า ประเทศต้นกำเนิด มาตรการ อัตราอากร สถานะ1) ระยะเวลาที่มีผลบังคับ
เหล็กแผ่นรีดร้อน จีน, มาเลเซีย มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) 23.57% - 42.51% มาตรการชั้นที่สุด 12 ส.ค. 54 – 11 ส.ค 59
เหล็กแผ่นรีดร้อน
(เจือโบรอน)
จีน มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) 14.28% - 19.47% มาตรการชั้นที่สุด 26 ธ.ค. 55 – 25 ธ.ค. 60
เหล็กแผ่นรีดร้อน ญี่ปุ่น, แอฟริกาใต้, รัสเซีย, คาซัคสถาน, อินเดีย, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, เวเนซุเอล่า, อาร์เจนติน่า, ยูเครน, แอลจีเรีย, อินโดนีเซีย, โรมาเนีย, สโลวาเกีย มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) 0% - 128.11% มาตรการชั้นที่สุด 23 พ.ค. 58 – 22 พ.ค. 63
เหล็กแผ่นรีดร้อน
(เจืออัลลอย)
ทุกประเทศ (ยกเว้นประเทศกำลังพัฒนาซึ่งจัดโดยสหประชาชาติ ยกเว้นประเทศตุรกี) มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) 41.67%
40.42%
39.21%
มาตรการชั้นที่สุด 27 ก.พ. 59 – 26 ก.พ. 60
27 ก.พ.60 – 26 ก.พ. 61
27 ก.พ. 64 – 26 ก.พ. 62
เหล็กแผ่นรีดร้อน (ไม่เจือ; ความหนา0.9-50 มม. และความกว้าง 600-3,048 มม.) ทุกประเทศ (ยกเว้นประเทศกำลังพัฒนาซึ่งจัดโดยสหประชาชาติ ยกเว้นประเทศบราซิล) มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard) 21.92%
21.52%
21.13%
มาตรการชั้นที่สุด 24 ธ.ค. 57 – 6 มิ.ย. 58
7 มิ.ย. 58 – 6 มิ.ย. 59
7 มิ.ย. 59 - 6 มิ.ย. 60
เหล็กแผ่นรีดเย็น จีน, เวียดนาม, ไต้หวัน มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping) 4.22% - 20.11% มาตรการชั้นที่สุด 6 ก.พ. 57 – 5 ก.พ. 62

1) ตามกฏระเบียบในประเทศไทย มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น จะมีลักษณะของมาตรการเป็น 2 ระดับ คือ มาตรการชั่วคราวและมาตรการชั้นที่สุด โดยหากคณะกรรมการพิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่า มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า มีการทุ่มตลาด หรือ มีปริมาณการนำเข้าสินค้าในระดับที่จะสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับอุตสาหกรรมภายใน อาจจะพิจารณาประกาศใช้มาตรการชั่วคราวก่อน และเมื่อกระบวนการพิจารณาถึงที่สุดและพบว่ามีความเสียหายหรือเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้นจริง จึงมีการประกาศใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นในชั้นที่สุด

นักลงทุนสัมพันธ์ ข้อมูลบริษัท ภาวะอุตสาหกรรมและการตลาด

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานกรุงเทพฯ)

สำนักงานกรุงเทพฯ 28/1 อาคารประภาวิทย์ ชั้น 2-3 ถนนสุรศักดิ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

  • โทรศัพท์ : (662) 238-3063-82
  • โทรสาร : (662) 236-8890, 236-8892

อ่านต่อ

ติดต่อเอสเอสไอ (สำนักงานโรงงาน)

9 หมู่ 7 ถนนบ้านกลางนา-ยายพลอย ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ 77140

  • โทรศัพท์ : (66-32) 691-403-5, 691-412-5, 691-419-20
  • โทรสาร : (66-32) 691-416, 691-421

อ่านต่อ

เชื่อมต่อกับเรา

We're on Social Networks. Follow us & get in touch.